สายรักธรรมชาติ ชอบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อให้ชมความงามของธรรมชาติอันเงียบสงบ ในประเทศไทยของเรามีเส้นทางศึกษาธรรมชาติมากมาย และส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ดังนั้นไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะอันตราย เพราะอยุ่ในเส้นทางที่ทางอุทยานแห่งชาติ จัดทำขึ้นโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ดังนั้นวันนี้เรามาทำความรู้จักเส้นทางศึกษาธรรมชาติกันให้มากขึ้นดีกว่า
การพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติในประเทศไทยเริ่มประมาณปี พ.ศ.2543 ซึ่งรัฐบาลเองก็ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อการศึกษาธรรมชาติและต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศโดยเน้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กรมป่าไม้จึงได้กำหนดให้มีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่เสื่อมโทรมในเขตอุทยาแห่งชาติและพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้มีการพัฒนาเส้นทางในรูปแบบเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะประมาณ 2 กิโลเมตร พร้อมป้ายสื่อความหมาย และให้มีการปรับปรุงผิวทางในลักษณะการกำหนดแนวทางเดิน ตัดสางต้นไม้ให้เห็นแนวทางเดินอย่างชัดเจน แต่ด้วยอุปสรรคหลายๆอย่าง เช่น งบประมาณที่มีจำกัด ละความชำนาญของเจ้าหน้าที่ยังไม่เพียงพอ ทำให้การพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติในขณะนั้นเป็นไปอย่างไม่ได้มาตรฐาน เส้นทางและเรื่องราวสื่อความหมายไม่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้ใช้ประโยชน์จึงอยู่ในแค่กลุ่มของนักเรียน นักศึกษาที่มาเข้าค่ายเยาวชนเพื่อการเรียนรู้ธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติเท่านั้น
นับจากการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จ.ชุมพร ในปี 2542 อุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในปี 2543 และในปี 2551 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ร่วมกับบริษัทปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) หรือ ปตท.สผ. พัฒนาระบบการสื่อความหมายในพื้นที่มรดกโลกผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ โดยมีการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติจำนวน 3 เส้นทางในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา จ.นครนายก คือ เส้นทางศึกษาธรรมชาติกองแก้วผาเดียวดาย และเส้นทาง กม.33-หนองผักชี เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่ากลางดงหิน อุทยานแห่งชาติตาพระยา จ.สระแก้ว และเส้นทางศึกษาธรรมชาติบุตาปอด อุทยานแห่งชาติปางสีดา จ.สระแก้ว ให้เป็นไปตามหลักการจัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติและอำนวยความสะดวกและให้ความรู้ทางธรรมชาติให้แก่ผู้ใช้เส้นทาง นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเส้นทางเดินไกลกิ่วแม่ปาน ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ให้ได้ธรรมชาติ การพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติของประเทศไทยในปัจจุบันสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
- เส้นทางศึกษาธรรมชาติทางเดินระยะสั้น เป็นเส้นทางที่มีระยะทางเดินไม่เกิน 2 กิโลเมตร ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง สภาพทางเดินมีการปรับปรุงผิวทางให้เดินสะดวกสบาย มีความลาดชันไม่มาก และมีป้ายสื่อความหมายเพื่อเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติ ติดตั้งไว้ในเส้นทางที่มีการพัฒนาในลักษณะที่ได้มาตรฐาน เช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติผาเดียวดาย อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นต้น
- เส้นทางศึกษาธรรมชาติทางเดินไกลแบบไป-กลับ เป็นเส้นทางที่มีระยะทางมากกว่า 2 กิโลเมตร แต่ไม่เกิน 5 กิโลเมตร สามารถเดินทางไป-กลับภายในวันเดียว สภาพเส้นทางมีการปรับปรุงให้เดินสะดวกและมีแนวทางที่ชัดเจน ส่วนใหญ่จะไม่ใช้ป้ายสื่อความหมายในการบอกเล่าเรื่องราวด้วยข้อจำกัดของการบำรุงรักษา เช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติจำปีศรีเมืองไทย อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์
- เส้นทางศึกษาธรรมชาติทางเดินไกลแบบพักแรม เป็นเส้นทางที่มีระยะไกล ส่วนใหญ่จะเป็นเส้นทางตรวจการณ์เดิมของเจ้าหน้าที่ หรือเส้นทางที่จะไปสู่แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามแต่อยู่ในพื้นที่ป่าด้านในหรือเขตสงวนธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติ เช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกลลานสนภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์-พิษณุโลก
